Home

ขนมดอกจอก

หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากับขนมทอดที่มีชื่อว่า ขนมดอกจอก เพราะเป็นขนมทอดที่พบได้ตามตลาด ถึงแม้ว่าจะเป็นขนมไทยโบราณที่มีมานาน แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ทว่าเด็กรุ่นใหม่บางคนอาจไม่รู้จัก เพราะถ้าเทียบกับอดีต ปัจจุบันจะหาทานได้ยากกว่า อย่างไรก็ตามบางพื้นที่ยังสามารถพบขนมชนิดนี้อยู่ เพราะเป็นหนึ่งในขนมทำง่ายที่นิยมทำขายกันมาอย่างยาวนาน 

รู้จัก ขนมดอกจอก ขนมทอดยอดฮิต ขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน ใครทำก็อร่อย

ขนมดอกจอก

ขนมดอกจอกคือ ขนมที่มีลักษณะคล้าย ดอกจอก ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในน้ำ ถือเป็นขนมไทยที่มีความประณีตและสวยงาม ในอดีตขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในงานมงคลหรือพิธีการต่าง ๆ มักจะพบ ขนม ดอกจอก ได้อยู่บ่อย ๆ แต่ทว่าในปัจจุบันเริ่มหาทานได้ยากขึ้นแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมทาน ขนมไทย โบราณ กัน แต่ในบางพื้นที่จะหาทานได้ง่าย เพราะถูกทำให้เป็นสินค้าโอท็อปประจำหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามขนมชนิดนี้ก็ยังเป็นหนึ่งใน ขนม ไทย ง่ายๆ ที่น่าอนุรักษ์ไว้อย่างมาก 

แจกสูตร ขนมดอกจอก พร้อมเทคนิคการทอดให้แป้งกรอบนาน ไม่อมน้ำมัน

ขนมดอกจอก

ขนมไทย มักจะมีรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ และส่วนใหญ่ขั้นตอนการทำจะค่อนข้างประณีต ทำให้ ขนม โบราณ ของไทยหลายชนิดมีความน่าสนใจ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันความนิยมจะลดลงก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าขนมเหล่านั้นจะหายไปจากคนไทยเลยซะทีเดียว ยังมีขนมหลายเมนูที่ทำง่ายและหาทานได้ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับขนมดอกจอก ถือเป็นขนมไทยที่ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง ทั้งนี้หากใครอยากทานขนม ดอกจอก บางกรอบ วันนี้เรามี สูตรดอกจอกโบราณ มาแนะนำด้วย 

วัตถุดิบและส่วนผสม

ขนมดอกจอก
  1. แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
  2. แป้งมัน 100 กรัม
  3. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 50 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 50 กรัม
  5. สีผสมอาหารสีเขียว + กลิ่นใบเตย (ใส่นิดหน่อย)
  6. งาขาว/งาดำ 3-4 ช้อนชา
  7. น้ำปูนใส 150 มิลลิลิตร
  8. หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
  9. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  10. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  11. เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
  12. น้ำมันสำหรับทอด 

วิธี ทำ ดอกจอก ไม่อมน้ำมัน

ขนมดอกจอก
  1. เตรียมชามผสม ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทรายและเกลือ คนให้เข้ากันเล็กน้อย จากนั้นใส่น้ำปูนใส หัวกะทิ น้ำมันพืชและไข่ไก่ คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปกรองให้ได้เนื้อเนียนละเอียด
  2. หลังจากกรองแป้งเสร็จแล้วให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยเทใส่ถ้วยหรือภาชนะให้ได้ในปริมาณเท่า ๆ กัน สำหรับถ้วยแรกจะทำขนมดอกจอกสีธรรมชาติ ส่วนถ้วยที่ 2 จะใส่สีผสมอาหารสีเขียว + กลิ่นใบเตยลงไป 
  3. จากนั้นคนให้เข้ากัน ต่อมาใส่งาขาวลงในถ้วยที่ไม่ได้ผสมสี ส่วนถ้วยที่ผสมสีเขียวและกลิ่นใบเตยให้ใส่งาดำ ต่อมาเตรียมทอด เริ่มจากตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันลงไปเยอะ ๆ เปิดไฟกลาง 
  4. นำพิมพ์ทอดขนมดอกจอกมาแช่ในน้ำมันจนร้อนได้ที่ จากนั้นนำพิมพ์ออกจากน้ำมันแล้วเขย่าเบา ๆ ซับน้ำมันด้วยกระดาษทิชชู่เล็กน้อย ต่อมาจุ่มพิมพ์ลงในแป้ง เขย่าเล็กน้อยแล้วนำไปจุ่มลงน้ำมันจนมีฟองขึ้น 
  5. ระหว่างนี้ให้ถือพิมพ์ไว้และค่อย ๆ เขย่าจนกว่าขนมจะหลุดออกจากพิมพ์ หลังจากนั้นทำในลักษณะเดียวกันกับแป้งที่เหลืออยู่ และทอดจนสุกได้ที่ เสร็จแล้วตักออกจากกระทะและนำไปวางบนถ้วยตะไลให้ตัวขนมบานสวยงาม 

เทคนิคการทอด ขนมดอกจอก ให้แป้งกรอบบาง อร่อย ไม่อมน้ำมัน

ขนมดอกจอก

สำหรับ วิธีทำ ดอกจอก ข้าวโพด ดอกจอกใบเตย หรือ ดอกจอกอัญชัน หากต้องการให้แป้งกรอบบางและไม่อมน้ำมันควรเลือกใช้น้ำมันพืชองุ่นแทนน้ำมันพืชชนิดอื่น และทอดด้วยไฟกลาง เสร็จแล้ววางคว่ำให้สะเด็ดน้ำมัน เนื่องจาก ขนม ดอกจอก เป็นขนมที่ใช้น้ำมันทอดเยอะพอสมควร จึงทำให้มีความเสี่ยงที่ตัวขนมจะอมน้ำมัน นอกจากนี้เรายังสามารถใช้น้ำมันดังกล่าวกับ สูตร ขนม ไทย ประเภททอดอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่เพียงแค่ขนมดอกจอกเท่านั้น 

ดอกจอก ขนมไทยหาทานยาก มีความสวยงามและประณีต ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

ขนมดอกจอก

ปัจจุบัน ขนม หวาน ไทย เริ่มหาทานได้ยากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่นิยมทานขนมต่างประเทศ ขนมและเมนูของกินเล่นมักจะถูกดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ รวมถึงขนมไทยโบราณหลาย ๆ เมนูก็ถูกดัดแปลงเช่นกัน สำหรับขนมดอกจอกในปัจจุบันจะมีสีสันหลากหลายมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า ดอกจอกแฟนซี นับเป็น ขนม ไทย ทำ ง่าย ที่ต้องอาศัยพิมพ์ในการทอด สำหรับใครที่จะทำขายก็อาจต้องซื้อพิมพ์ไว้หลาย ๆ อัน แต่ถ้าหากเป็น ขนมไทย ทำเอง กินเอง ใช้พิมพ์แค่อันเดียวก็ได้

อ่านบทความอื่นๆ: